วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550

The ScreenTag online

When the ScreenTag.com website is loaded you should see eight box ads around a central banner ad at the top of the page. These ads belong to the members of this network.

The ads displayed are randomly selected from all member ads available.

If you (as a member) promote your own member url, then YOUR ads will be displayed at the spots of your choice every time.

Note: If you have more than one ad per spot, the system will pick one each time.

All other spots will be filled in with other member ads randomly, meaning that your ads will be displayed on their pages as well.

Example of a Member URL:
http://www.screentag.com/?id=noopa

These are the 4 border types you can choose to run your ads:



ScreenTag.com will be promoting its website as well, so your ads will be displayed randomly on every visit too. Keep reading, there’s more !

A search engine feature is now available to help your ads get even more exposure targeting your visitors through keywords.

1:1 Ad Exchange Program
-START OFF WITH 500 FREE CREDITS WHEN YOU SIGN UP!

Our 1:1 Ad Exchange Program is a FREE system that will place your ads throughout hundreds and thousands of other high traffic member websites. This will greatly increase the exposure of your ScreenTag.com ads. Additionally, any visitor coming from your website to ScreenTag.com who becomes a member will be placed in your downline and you may earn a 15% commission from that member.

Here's how it works:
You display ScreenTag.com ads in your website and in doing so you receive credits for it. We call it a 1:1 Ad Exchange Program because for every 1 ad you display on your site, you receive 1 credit to display your ads on other member sites.

Example: If you display 4 ads on your website, that means you get 4 credits for each visit to your website. Let's say your website gets 1,000 visitors per day, your total credits earned will be 4,000 in just one day.

And everything is automated. All you have to do is add a line of code into the page you intend to display the ads. This code will be provided to you when you login into your account and setup the 1:1 Ad Exchange.

MAKE SURE YOU READ OUR Terms of Service BEFORE USING THE AD EXCHANGE PROGRAM. SPECIALLY ITEM #10.

About the MEMBERSHIP

You sign up for FREE.
Once you are a member you have the following options to place your ads:

Text Only Ad = FREE
Box Ad = $ 0.75 / month
Central Banner Ad = $ 1.99 / month

As a member, you will earn a 15% cash comission of payments from members who sign up through your page. You earn for as long as they are in the system.

At your members only area (back office) you will be able to:

- Manage your ads
- Track ads displayed
- Track ads clicked
- Check account balance
- Check commissions earned
- Add Funds to your account
- View your downline
- Keep track of every account transaction
- and much more...

REMEMBER: When you promote your member website you double-win:

1) Your ads get displayed no matter what. (Exposure GUARANTEED!)
2) You earn 15% cash commission from members who sign up under you.



CLICK:กระตุ้นตลาด



ห่างหายไปนานสำหรับโฆษณาซีพียูจากค่ายอินเทล จนทำให้หลายคนลืมเลือนสโลแกน "อินเทล อินไซด์" ไปแล้ว

ล่าสุดอินเทลได้เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ "ชิป" เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคหวนนึกถึงความสำคัญของโปรเซสเซอร์ทุกครั้งเมื่อซื้อคอมพิวเตอร์ ราวกับว่า ต้องการลบชื่อชิปคู่แข่ง เอเอ็มดีให้หายไปจากตลาดประเทศไทยที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่าง คอม7 ที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการหลังการขายที่ดีมากจนผู้ซื้อบอกต่อว่า อย่าซื้อของจากบริษัทนี้โดยเด็ดขาด เพราะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ในการเครมสินค้า เพราะเคยเจอมากับตัวแล้ว ทั้งๆ ที่มีระบบออนไลน์

การที่อินเทลออกแคมเปญโฆษณาใหม่นี้ไม่ใช่ว่าอยากจะออกโฆษณา แต่เป็นเพราะว่า ทางอินเทลได้มีการสำรวจผู้บริโภคในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ผลวิจัยบ่งบอกว่า การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์นั้น ผู้บริโภคส่วนมากยังไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญของโปรเซสเซอร์

ดังนั้นอินเทลจึงได้ออกโฆษณาชุดใหม่ที่ชื่อว่า "ชิป" เพื่อให้ข้อมูล และปรับความเข้าใจหันมานึกถึงบทบาทความสำคัญของโปรเซสเซอร์ ในฐานะเป็นหัวใจหลักที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการประมวลผล การเชื่อมต่อไร้สาย และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

เนื่องจากเวลานี้ยอดขายคอมพิวเตอร์ย้ายฐานไปเติบโตในกลุ่มโน้ตบุ๊กมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้ว อีกทั้งไทยเป็นตลาดที่มียอดจำหน่ายโน้ตบุ๊กสูงมาก เฉพาะตลาดในเขตกรุงเทพฯ มีสัดส่วนมากถึงกว่า 50% ขณะที่ต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองมีสัดส่วนโน้ตบุ๊ก 40% ถือว่ามีการเติบโตมากกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค

อินเทลยังสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ พบว่า การเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก ผู้ซื้อใช้เรื่องของประสิทธิภาพมาพิจารณาก่อน ส่วนราคาและยี่ห้อของสินค้าจะเป็นปัจจัยรองลงมา อินเทลจึงนำเรื่องประสิทธิภาพของซีพียูไปเชื่อมโยงกับเรื่องดังกล่าวด้วย

แคมเปญ "ชิป" อินเทลก็คาดหวังว่าจะช่วยทำให้คนนึกถึงชื่ออินเทล และรู้จักซีพียูของอินเทล รวมทั้งประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานมากขึ้น ทั้งนี้ระยะเวลาของแคมเปญนี้จะต่อเนื่องจาก "มัลติพลาย" ที่ออกมาก่อนเพื่อให้ผู้บริโภครู้จักเทคโนโลยีคอร์ ทู ดูโอ

นอกจากใช้การกระตุ้นตลาดแล้ว อินเทลยังต้องการขยายฐานผู้ใช้ของอินเทลในระดับคนอายุ 18-44 ปี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมือง และเป็นผู้ที่ต้องการใช้งานโน้ตบุ๊ก

คงต้องจับตาดูว่า แคมเปญใหม่ของอินเทลจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เหมือนดังแคมเปญ "อินเทล อินไซด์" ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้หรือไม่ประการใด

TEST&PLAY:CANON IXUS 950 IS ครบเครื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน



ความนิยมตัวกล้องดิจิตอลในประเทศไทยนับว่า เพิ่มมากขึ้นทุกวัน มากถึงขนาดเดินหาซื้อกล้องถ่ายรูปที่เป็นฟิล์มยากลำบากจริงๆ จะมีก็แต่อำเภอรอบนอกๆ ที่ยังมีให้เห็น

เมื่อเร็วๆ นี้ทางทีมงาน ดิจิตอล เอจ ได้มีโอกาสทดลองใช้กล้องดิจิตอลคอมแพกต์รุ่นใหม่ อิกซัส 950 ไอเอสของแคนนอนที่มีบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ทำตลาดในประเทศไทยเป็นเวลา 1 สัปดาห์

กล้องดิจิตอลคอมแพกต์ในตระกูลอิกซัสของแคนนอนเป็นกล้องที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด มีดีไซน์สวยงาม โดยมีเอกลักษณ์เรื่องของวัสดุที่ใช้ภายนอกกล้องที่เป็นโลหะสีเงิน ดูเงางามน่าใช้งาน และ Ixus 950 ไอเอส ก็ยังคงลักษณะดังกล่าวไว้ทุกประการ

หากดูถึงประสิทธิภาพการใช้งาน แคนนอน อิกซัส 950 ไอเอส เป็นกล้องดิจิตอลคอมแพกต์ที่อัปเกรดมาจากรุ่น อิกซัส 800 ไอเอส โดยได้เพิ่มพลังความละเอียดในการบันทึกภาพถึง 8 ล้านพิกเซล แต่ยังคงใช้ขนาดของเซนเซอร์ 1 นิ้วครึ่งเท่าเดิม

ทางแคนนอนยังได้เปลี่ยนหน่วยประมวลภาพใหม่มาเป็น DIGIC III เหมือนกับที่ใช้ในกล้องดิจิตอลเอสแอลอาร์ระดับมือโปร ทำให้มั่นใจได้ว่า กล้องรุ่นนี้ไม่ด้อยกว่าใครในเรื่องของความรวดเร็วในการประมวลผล แม่นยำ ถ่ายทอดสีสันได้สวยงามสมจริงดังตาเห็น ซึ่งจากที่ได้ลองถ่ายดูแล้ว ต้องยอมรับว่า เร็วและคุณภาพของภาพที่ได้สวยสมจริงจริงๆ เมื่อเทียบกับขนาดของกล้องที่ดูตัวเล็กนิดเดียว ส่วนเลนส์ซูมออปติคอลที่มีในกล้องกำลังการซูมอยู่ที่ 4 เท่า หากเป็นซูมแบบดิจิตอลมีมาให้ 4 เท่าเช่นกัน แถมมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบชิฟต์เลนส์ หรือ shift-type optical Image Stabilizer (IS) ที่ทำให้เวลาถ่ายภาพด้วยการซูมภาพจากระยะไกลๆ ภาพจะเกิดการสั่นไหวน้อยมาก ยิ่งถ่ายภาพในสภาพที่มีแสงน้อยๆ ระบบไอเอสก็ช่วยทำให้ถ่ายภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้แฟลชแต่ประการใด เมื่อผนึกกับค่าความไวแสงของกล้องที่ปรับได้สูงถึง ไอเอสโอ 1600 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพในบรรยากาศสมจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแสงแฟลชจากตัวกล้อง แต่ก็อาจจะมี Noise เกิดขึ้นบ้าง แต่ในภาพรวมแล้วภาพที่ได้ก็ยังถือว่าสวยงามดี ทั้งนี้น่าจะเป็นผลจากระบบไวต์บาลานซ์อัตโนมัติในตัวกล้องที่ทำให้การปรับโทนสีในภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนจอภาพด้านหลังเป็นแบบแอลซีดีขนาด 2.5 นิ้ว มีมุมมองกว้างพอที่จะมองเอียงๆ แต่ก็ยังชัดเจนเหมือนมองภาพตรงๆ โดยเฉพาะในส่วนของความสว่างนั้น สามารถปรับตั้งค่าได้ถึง 15 ระดับด้วยกัน แบตเตอรี่แพ็กที่ใช้เป็นแพ็กรุ่นใหม่ เอ็นบี-5แอล หากชาร์จไฟเต็มจะถ่ายภาพได้ประมาณ 230 ภาพ ตามมาตรฐาน ซีไอพีเอ โดยทดสอบด้วยการเปิดจอแอลซีดี แต่ถ้าหากใช้แฟลชและเปิดเข้าเมนูโน้นเมนูนี้บ่อยๆ และต้องถ่ายภาพที่ต้องใช้แฟลช ขอบอกว่า พลังแบตเตอรี่จะหายไปเร็วมาก

ส่วนการจัดเก็บภาพใช้ได้ทั้งเอสดีและเอสดีเอชซีที่มีความจุสูง รองรับการพิมพ์ภาพโดยตรง เปิดชมภาพจากโทรทัศน์ได้ และมีอินเทอร์เฟสความเร็วสูง ยูเอสบี 2.0

การควบคุมการทำงานของกล้องอาศัยการทำงานปุ่มหมุนและไดอัลเพดร่วมกัน โดยที่ปุ่มหมุนจะเป็นการเลือกโหมดการถ่ายภาพ ส่วนไดอัลเพดนั้นจะเป็นการกำหนดค่าของการถ่ายภาพ ซึ่งก็มีโหมดมาตรฐานมาให้เลือกอย่างครบถ้วน

ความสามารถในการถ่ายภาพวิดีโอพร้อมเสียงเป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่กลายเป็นมาตรฐานที่อยู่คู่กับกล้องคอมแพต์ทั่วๆ ไปแล้ว อิกซัส 950 ไอเอสนี้สามารถถ่ายภาพวิดีโอพร้อมเสียงได้ที่ความละเอียด 640x480 พิกเซล ด้วยอัตราความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที อีกทั้งยังมีโหมดการถ่ายวิดีโออย่าง Time Lapse ที่ช่วยให้กล้องสามารถถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แล้วนำมาแสดงในรูปแบบที่มีความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดและสมูท อย่างเช่น การบันทึกภาพดอกไม้กำลังบานช้าๆ หรือการเคลื่อนไหวของเมฆ เป็นต้น หากใครที่ต้องการใช้ฟังก์ชั่นในส่วนนี้ ขอแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องแล้วจะได้ภาพที่ไม่ไหวยอมรับว่า ลูกเล่นของอิกซัส 950 ไอเอสที่ทางแคนนอนให้มามีเยอะจริงๆ

แอปเปิลยังครองแชมป์ “Trust Brand” สูงสุดในกลุ่มหนุ่มสาว





นับเป็นเวลานับร้อยๆ ปีแล้ว ที่ผู้บริโภคในตลาดโลกใช้การเลือกสินค้าและบริการที่น่าจะมั่นอกมั่นใจได้ว่ามีคุณค่าตามความคาดหมายเป็นปัจจัยหลักในการซื้อ ซึ่งได้มีส่วนทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าต้องพยายามสร้างระดับของความไว้วางใจให้เกิดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างเพียงพอ และคงเส้นคงวาตลอดไป

แต่กระนั้นก็ตาม นักการตลาดของกิจการชั้นนำของโลกก็ตระหนักดีว่า ความไว้วางใจหรือ confidence กับคำว่าเชื่อมั่นและมั่นใจได้หรือ trust มีความแตกต่างกันมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้บริโภคถึงกับเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วจะเกิดมีต้นทุน ความเสียหาย หรือความเสี่ยงขึ้นทันที หากสินค้าและบริการที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า กว่าคนเราจะถึงขั้นไว้อกไว้ใจใครในระดับที่ “มั่นใจ” ในตัวเขาได้ จะต้องผ่านด่านการประเมินว่าหลังเชื่อใจแล้วจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้พอใจหรือสุขใจมากกว่าจะทำให้เสียใจ หรือเสียหาย โดยความเชื่อใจที่ว่านี้ไม่มีข้อมูลอื่นประกอบอย่างจำกัดเท่านั้น หรือไม่มีสัญญาทางกฎหมายค้ำประกันแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากคำว่ามั่นใจหรือ confidence ที่มักจะมีหลักฐาน ข้อมูล เอกสารสัญญา หนังสือรับประกันบวกเพิ่มด้วยอย่างชัดเจน

ความมั่นใจหรือความเชื่อใจนี้มีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ต่างๆ แตกต่างกันออกไปด้วย

ในอดีตลูกค้ามักนิยมซื้อหาสินค้าจากพ่อค้าปลีกที่พวกเขารู้จักดีเป็นการส่วนตัวจนมั่นใจในตัวบุคคลที่จำหน่ายว่าจะสรรหาสินค้าที่ดีมาจำหน่าย แต่เมื่อมีแบรนด์ของสินค้าชนิดเดียวกันให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ อาศัยการตัดสินใจของคนขายปลีกเห็นจะไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่พบหน้าค่าตากันมาก่อน จนไม่อาจตัดสินได้ว่าคุณภาพดีจริงอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ความไว้ใจและเชื่อใจที่เคยอาศัยตัวตนของบุคคลจึงเปลี่ยนมาเป็นความคิดที่อิงแนวทางเศรษฐศาสตร์แทนมากขึ้น

ยิ่งประสบการณ์ของลูกค้าหลายคนได้พบว่าสินค้าที่ซื้อครั้งแรกไม่ได้มีคุณภาพตามราคาคุยก็ยิ่งทำให้องค์ประกอบที่จะนำไปสู่ความเชื่อใจยากและไม่ง่ายดายเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งเป็นกรณีของบริการแล้ว ต่อให้มีแบรนด์ประกอบด้วย แต่ความเข้มแข็งของแบรนด์ไม่ได้แกร่งเหมือนกับสินค้าที่มีตัวตน ความไว้วางใจในบริการจึงยิ่งเกิดยากเข้าไปใหญ่

นอกเหนือไปจากนั้น นักการตลาดยุคใหม่ได้พบว่า พฤติกรรมในการสร้างความไว้วางใจกับสินค้าหรือบริการสมัยนี้ไม่ใช่เกิดจากการที่ลูกค้ารู้สึกว่าถูกทำให้เกิดมาจากผู้ประกอบการ หากแต่ต้องการจะทำให้เกิดความไว้วางใจจากการตัดสินใจของลูกค้าเอง

หากใครที่ได้ชมโฆษณาของธนาคารไทยพาณิชย์ จะเห็นว่าแนวทางของการโฆษณาพยายามจะสื่อว่าลูกค้าต่างหากที่เป็นคนพบสัจจะของการให้บริการของธนาคาร และนำไปสู่บทสรุปว่าแบรนด์ใบโพธิ์นี่แหละที่เขาไว้วางใจ ด้วยความจริงที่ปรากฏขึ้นนี้เองที่ทำให้นักการตลาดของบรรดาแบรนด์ดังๆ จำนวนไม่น้อยใช้การโฆษณาที่เน้นการให้พรีเซนเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์บอกกับลูกค้าเป้าหมายว่า แบรนด์นั้นๆ เชื่อถือได้ไม่ใช่มาจากการโฆษณาที่ทีมงานของผู้ประกอบการเป็นฝ่ายแจ้งข้อมูลกับลูกค้าเป้าหมายเสียเอง

ดังนั้น การที่ได้รับการโหวตและยกย่องให้เป็นกิจการที่มีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ในแบรนด์ จึงมีความสำคัญมากขึ้นกับความอยู่รอดของกิจการในระยะยาว การสำรวจทางการตลาดจึงเพิ่มประเด็นด้าน “Trust Brand” ขึ้นมาอีกประการหนึ่ง นอกเหนือจากการสำรวจด้านอื่นๆ ในทางการตลาด

การสำรวจ “Trust Brand” เมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า แอปเปิลเป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดจากลูกค้ากลุ่มหนุ่มสาวสหรัฐฯในการจัดอันดับแชมป์ “Trust Brand” ประจำปี 2007 ที่น่าสนใจคือ หากดูแบรนด์ดังที่ติดอยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกของของกลุ่มแบรนด์ที่เชื่อถือได้ประจำปี 2007 จากลูกค้ากลุ่มวัยหนุ่มสาว 21-27 ปี จากแบรนด์ที่ทำการสำรวจทั้งสิ้น 109 แบรนด์ ซึ่งน่าจะมีผลทางบวกต่อความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต

ที่รองจากแอปเปิล ได้แก่ คือ เทรดเดอร์ โจ’ส อันดับสาม คือ เจ็ทบลู อันดับสี่ คือ อิน แอนด์ เอาท์ เบอร์เกอร์ อันดับห้า คือ เบน แอนด์ เจอร์รี่

จุดเด่นที่ผู้สำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นปัจจัย.ที่ทำให้คนวัยหนุ่มสาวโหวตเลือกให้เป็นแบรนด์ที่เชื่อมั่นได้ที่สำคัญได้แก่ ประการแรก การเป็นแบรนด์ที่ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ประการที่สอง การเป็นแบรนด์ที่ดูจริงใจ

ประการที่สาม การเป็นแบรนด์ที่มีความตรงไปตรงมาของการทำงานทางการตลาด ประการที่สี่ การเป็นแบรนด์ที่มีสปิริต และอิสระจากอิทธิพลครอบงำ ประการที่ห้า การเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้พยายามทำตัว หรือเสแสร้งเป็นกิจการที่ดี ประการที่หก การเป็นแบรนด์ที่เอาผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้ามาเป็นเครื่องชี้นำนโยบายและกลยุทธ์หลักของกิจการ

กรณีของแบรนด์แอปเปิล ลูกค้าเทคะแนนให้อย่างท่วมท้นเพราะ อย่างแรก ในด้านความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และการสื่อสารที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในสินค้าและบริการ อย่างที่สอง ศักยภาพในการสรรหานวัตกรรมมาป้อนลูกค้าที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงและแปลกใหม่ในชีวิต อย่างที่สาม คือ ความเป็นผู้นำในด้านการริเริ่มนวัตกรรมทางการตลาดที่มาก่อนใคร

แต่ถ้าประเมินเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ พบว่า กลุ่มสินค้าที่แบรนด์ติดอยู่ในกลุ่มแบรนด์ที่เชื่อใจได้ มากที่สุดเรียงตามลำดับคือ กลุ่มสูงสุดคือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มรองลงมาคือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มฟาสต์ฟูดส์ กลุ่มที่สี่คือ แฟชั่น กลุ่มที่ห้า คือ เครื่องดื่ม

ในกรณีของแบรนด์ไทยนั้น มีการสำรวจตลาดหา “Trust Brand” เหมือนกัน โดยรีดเดอร์ ไดเจส์ต เป็นคนทำการสำรวจ “Trust Brand” ที่โหวตโดยลูกค้าในไทยและเอเชีย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเป็นการสำรวจครั้งที่ 9 แล้วของนักสำรวจรายนี้ โดยปีนี้ได้เพิ่มกลุ่มธุรกิจบริการอย่างโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเข้าไปเพิ่มเติมจากกลุ่มเดิมๆ และใช้ปัจจัย 6 ประการในการพิจารณา คือ คุณค่าด้านความน่าเชื่อถือ เครดิตที่มีด้านภาพลักษณ์ คุณภาพแบรนด์ คุณค่าของแบรนด์ ความเข้าใจในความต้องการด้านลูกค้า และความมีนวัตกรรม

ผลการโหวตพบว่ามีไทย แบรนด์ที่มีสิทธิใช้คำว่า “Trust Brand” มี 41 แบรนด์ ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานี กลุ่มโรงแรม การบินไทย กลุ่มสายการบิน ปตท.กลุ่มกิจการน้ำมัน ไทยประกันชีวิต กลุ่มประกันภัย ธนาคารกรุงเทพ/ไทยพาณิชย์ กลุ่มธนาคาร

เอไอเอส/ดีแทค กลุ่มบริการมือถือ กองทุนธนชาต/ทิสโก้ เงินทุนเพื่อการลงทุน ทีโอที/ทรู กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม แลนด์ แอนด์ เฮาส์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ฮั่วเซ่งเฮง ร้านทอง ท็อปส์/เซ็นทรัล/เดอะ มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต แลนเซอร์ กลุ่มเครื่องเขียน พญาไท/ศิริราช กลุ่มโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ กลุ่มสถาบันการศึกษาสีทีโอเอ สีทาบ้าน แอร์ไซโจ เดนกิ เครื่องปรับอากาศ

ที่นอนโลตัส/ซาติน กลุ่มเครื่องนอน ออรา/ตราสิงห์ กลุ่มน้ำดื่ม มาลี/ทิปโก้ น้ำผลไม้ ดัชมิลล์ กลุ่มนม น้ำมันพืชกุ๊ก/มรกต น้ำมันพืช รสดี ผลปรุงรส ข้าวมาบุญครอง/สิงห์ทอง ข้าวสาร เบียร์สิงห์ กลุ่มเบียร์ และออด๊าซ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผม

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550

AJAX - The XMLHttpRequest Object

AJAX - More About the XMLHttpRequest Object

Before sending data to the server, we have to explain three important properties of the XMLHttpRequest object.

The onreadystatechange Property

After a request to the server, we need a function that can receive the data that is returned by the server.

The onreadystatechange property stores the function that will process the response from a server. The following code defines an empty function and sets the onreadystatechange property at the same time:

The readyState Property

The readyState property holds the status of the server's response. Each time the readyState changes, the onreadystatechange function will be executed.

Here are the possible values for the readyState property:

StateDescription
0The request is not initialized
1The request has been set up
2The request has been sent
3The request is in process
4The request is complete

We are going to add an If statement to the onreadystatechange function to test if our response is complete (this means that we can get our data):

The responseText Property

The data sent back from the server can be retrieved with the responseText property.

In our code, we will set the value of our "time" input field

equal to responseText:

AJAX Browser Support

AJAX - Browser Support

The keystone of AJAX is the XMLHttpRequest object.

Different browsers use different methods to create the XMLHttpRequest object.

Internet Explorer uses an ActiveXObject, while other browsers uses the built-in JavaScript object called XMLHttpRequest.

To create this object, and deal with different browsers, we are going to use a "try and catch" statement. You can read more about the try and catch statement in our JavaScript tutorial.

Let's update our "testAjax.htm" file with the JavaScript that creates the XMLHttpRequest object:


Example explained: First create a variable xmlHttp to hold the XMLHttpRequest object.

Then try to create the object with XMLHttp=new XMLHttpRequest(). This is for the Firefox, Opera, and Safari browsers. If that fails, try xmlHttp=new ActiveXObject("Msxml2.XMLHTTP") which is for Internet Explorer 6.0+, if that also fails, try xmlHttp=new ActiveXObject("Microsoft.XMLHTTP") which is for Internet Explorer 5.5+

If none of the three methods work, the user has a very outdated browser, and he or she will get an alert stating that the browser doesn't support AJAX.

Note: The browser-specific code above is long and quite complex. However, this is the code you can use every time you need to create an XMLHttpRequest object, so you can just copy and paste it whenever you need it. The code above is compatible with all the popular browsers: Internet Explorer, Opera, Firefox, and Safari.

Your First AJAX Application

Your First AJAX Application

To understand how AJAX works, we will create a small AJAX application.

First, we are going to create a standard HTML form with two text fields: username and time. The username field will be filled in by the user and the time field will be filled in using AJAX.

The HTML file will be named "testAjax.htm", and it looks like this (notice that the HTML form below has no submit button!):